ข่าวสาร

นายกฯ เยือนจีน ส่องพาวเวอร์ "สี จิ้นผิง" ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์

จับตานายกฯ เยือนจีน ส่องพาวเวอร์ "สี จิ้นผิง" ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นักวิชาการมอง กลยุทธ์พญามังกรผสานรอบทิศ กดดันเมียนมา-กัมพูชา เตรียมนับถอยหลังโจรไซเบอร์ ถอนราก "จีนเทา”

วันนี้ (6 ก.พ. 68) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเข้าเยี่ยมคารวะนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ ห้อง East Hall ชั้น 1 มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เป้าหมายนอกจากการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแล้ว มีประเด็นเกี่ยวกับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ส่งผลกระทบต่อคนไทยอย่างหนัก แม้มีการตัดไฟฟ้าที่ไทยส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านฝั่งเมียนมา 5 จุดแล้ว แต่บรรดากลุ่มมิจฉาชีพอยู่ในเครือข่ายจีนเทาก็ยังขยายตัวต่อเนื่อง 

เมื่อมาสู่ยุคปี 2568 กลายเป็นยุคอาชญากรรมไซเบอร์ ปัญหาสังคมมีการทับซ้อนมากกว่าเดิม ปัญหาคอลเซ็นเตอร์เป็นปัญหาระดับภูมิภาค โดยนักธุรกิจสีเทามาจากจีน มาใช้ฐานการก่อเหตุในพื้นที่เมียนมาและกัมพูชา ตอนนี้ประเมินแล้วว่า ภัยไซเบอร์ที่เกิดขึ้น ถ้าไทยอาศัยความร่วมมือกับเมียนมาและกัมพูชา ไม่น่าปราบปรามได้ เห็นแล้วว่า แม้ไทยตัดไฟฟ้าจ่ายไปยังพื้นที่ตั้งของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน แต่ไปพึ่งพลังงานจากฝั่งของลาวแทน ดังนั้น การที่นายกฯ ไปพบกับผู้นำจีน ถือเป็นการแก้ปัญหาครบวงจร เพราะจีนดำเนินกลยุทธ์ตัดแขนตัดขาธุรกิจสีเทา และอาจกดดันไปที่ประเทศลาวและกัมพูชา ซึ่งแนวโน้มความสำเร็จที่จีนช่วยปราบปรามจีนเทา ที่กระจายอยู่น่าจะทำได้ “ การไปเยือนจีนของนายกฯ รอบนี้มีแต่ผลบวกกับไทย แต่การประสานให้เห็นรูปธรรม ต้องรอคอยดูเวลาว่าจีนจะให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหานี้มากแค่ไหน แต่เชื่อว่าเห็นผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยเฉพาะการไปพบ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน การกดดันของจีนต่อจากนี้จะเห็นในประเทศที่เป็นฐานในการก่อเหตุ จึงเชื่อได้ว่าขบวนการเหล่านี้ จะเริ่มรู้ตัวแล้วว่า จากนี้ต้องพยายามกอบโกยให้มากที่สุด เท่าที่เวลายังเหลืออยู่ อีกนัยสำคัญของการไปพบผู้นำจีน ทำให้ประเทศในภูมิภาคมองไทยเป็นผู้นำในการแก้ปัญหาคอลเซ็นเตอร์" การเจรจากับจีน สิ่งสำคัญต้องมีการเจรจานอกรอบก่อน เพราะสไตล์การทำงานของจีน ไม่ชอบอะไรที่ยืดเยื้อ แต่ต้องเอาเนื้อๆ เน้นๆ ถ้าเป็นประเด็นที่จีนให้ความสนใจ ยิ่งเพิ่มน้ำหนักในการทำงานให้เห็นผลเร็วมากขึ้น การไปของนายกฯ รอบนี้ เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เป็นการมาพบกันแบบไม่ใช่วาระปกติ มีนัยของความตั้งใจในการแก้ปัญหาแท้จริง ตัวอย่างที่ผ่านมา เช่น การปราบปรามแก๊งจีนเทาในเมืองสีหนุวิลล์ จีนใช้การกดดันกัมพูชา ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและความมั่นคง จนเกิดการปราบปรามอย่างหนัก ก่อนเริ่มมีการย้ายฐานมายังไทย ตั้งอยู่ตามแนวชายแดนอย่างปัจจุบัน อีกมุมหนึ่ง การปราบปรามคนไทยที่ไปร่วมมือกับแก๊งจีนเทาก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะการทำงานของตำรวจ ต้องมีการปราบปรามที่เข้มข้น ส่วนนี้ไม่น่าเป็นเรื่องยาก เพราะไทยสามารถใช้อำนาจรัฐในการปราบปรามได้เต็มที่เช่นเดียวกับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ และเทคโนโลยี ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการปราบปรามบรรดาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะการใช้เอไอมาปลอมแปลงเป็นบุคคลใกล้ตัวเพื่อหลอกผู้อื่น ดังนั้น ถ้าไทยมีการเรียนรู้เทคโนโลยีในการป้องกันเหล่านี้จากจีน นอกจากช่วยป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์แล้ว สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดด้านเศรษฐกิจได้

การปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และจีนเทา ควรเร่งดำเนินการมานานแล้ว มันไม่ควรให้ถึงขนาดเข้าตาจนขนาดนี้ ก่อนหน้านี้เราจะเห็นการชักคะเย้อดึงเกม ไม่ว่าจะหน่วยงานมหาดไทย และผู้มีอำนาจ ต้องเข้าใจว่าทุกอย่างอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย แต่ไม่ควรจะยื้อกันไว้จนประชาชนได้รับความเดือดร้อนหนักอย่างที่เป็นอยู่


ที่มา : https://www.thairath.co.th/scoop/interview/2840416

Powered by Froala Editor

Share: